แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญ๑๐ ก่อนนอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญ๑๐ ก่อนนอน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

คุณ Iut Tui ร่วมบันทึก บุญ ๑๐

Iut Tui27 มีนาคม 23:42
ร่วมบันทึก บุญ ๑๐

๑ (ไก่)ทาน
@ อามิสทาน
- ตอบแทน อาหาร ให้ผู้มีคุณ
- ให้อาหารสัตว์ ๓ ประเภท
@ อภัยทาน
ให้อภัยต่อสัตว์ที่ ทำข้าวของเสียหาย
@ ธรรมทาน
- แนะนำให้เด็กๆ ไม่ควรเชื่ออะไรโดยเพียงแค่ฟังตามๆกัน
ด้วยมีผู้สอนบางคน หรือหลายคน มักสอนกันว่าอามิสทาน
เป็นบุญอย่างเดียวที่ต้องเสียเงิน หากเป็นบุญอย่างอื่นไม่ต้องเสียเงินก็สามารถทำได้
จึงบอกเด็กว่า อย่าเพิ่งเชื่อ หากยังไม่พิจารณา แม้เธอจะเป็นเด็กไม่มีเงิน
เธอก็สามารถให้ทานสิ่งของได้ โดยไม่ต้องเสียเงิน
ก่อนอื่นให้เรามองดูก่อนว่า พระท่านมีกิจวัตร อะไรบ้าง? บางวัด บางที่ ท่านยังต้อง
ติดไฟเตาฟืนเพื่อย้อมผ้าด้วยแก่นขนุนกันอยู่ เราก็สามารถ เก็บฟืน หาฟืน ให้ท่านได้
เป็นการสร้าง อามิสทาน โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อเลย หรือ ใบพืชข้างทาง ก็เป็นทั้ง อาหาร
ทั้งยา อย่าง ใบมะยม ใบมะรุม แก้สารพัดโรค เป็นผักก็ได้ เป็นยาก็ได้

๒ (งู) ศีล -ตั้งใจไม่ละเมิดศีลทุกข้อ
๓ (เด็ก) ภาวนา ธรรมานุสติ ตั้งจิตพิจารณาธรรม (ธัมมะวิจะยะ)
๔ (หนู) อ่อนน้อม ถ่อมตน
แสดงความนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วย กาย-วาจา-ใจ
๕ (ใบไม้) แข็งขัน ช่วยการงาน
ทำความสะอาดที่ เกี่ยวข้องกับพระรัตนตรัย
๖ (ม้า) อุทิศ ตั้งใจ อุทิศบุญแก่ ทุกรูป-นาม
๗ (ยักษ์) อนุโมนา กับผู้ที่ทำบุญทุกคน ทุกสัตว์ในโลก ทั้งอดีต ทั้งปัจจุบัน
๘ (แหวน) ฟังธรรม รวมกับข้อ ๙
๙ (อ่าง) แสดงธรรม รวมกับ ข้อ ๑๐
๑๐ (กา) ทำความเห็นให้ถูกต้อง

ด้วยเป็นการฟัง ตนเองถาม
และตนเอง ตอบให้ตนเองฟัง
โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ
ข้อ (๑๐) การทำความเห็นให้ถูกต้อง

@ ได้เห็น ผ้าขาดรุ่งริ่ง ผืนนึง
ก.เริ่มจาก อารมณ์ของความสงสัย เกิดขึ้น
นี่ผ้าอะไร ?
ข.เวลาพริบตาเดียวกันนั้น นึกได้ว่า นี่ผ้าของเรา อารมณ์เปลี่ยนเป็น ..
เสียดายไม่อยากให้ผ้าผืนนั้น ขาดทั้งที่มันขาดไปแล้ว ตามมาด้วย..
ค.อารมณ์ โกรธเข้า มาแทนที่ สัตว์พวกนี้เราให้ข้าวกิน ยังทำข้าวของเราเสียหายอีก
ง.เมื่อเห็นความโกรธ เกิดขึ้นแล้ว รู้ว่าทุกข์แล้ว จึงพิจารณาว่า
ไม่มีสิ่งใด เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุ ลองมองย้อนดูว่า
แล้วสิ่งของคนอื่นที่เสียหายเพราะเรา..มีบ้างมั้ย ?
ก็ตอบว่า " มี และมากกว่านี้เป็นหมื่น เป็นแสนเท่า ไม่เพียงแต่ข้าวของ
ของเขาเท่านั้นแม้ชีวิต หรือร่างกายสัตว์อื่น ก็ยังเคย ทำร้าย ทำลาย มาแล้ว
สิ่งที่เราได้รับนี้ ยังเทียบไม่ได้กับ สิ่งที่เราได้เคยทำ กับ ผู้อื่น สัตว์อื่น เลย ."
จ. ความโกรธ จึงดับไปเพราะ การพิจารณา ตามธรรม ที่พระพุทธองค์ได้ทรง
สอนให้เชื่อว่า " การกระทำกรรม ย่อมมีวิบากกรรม เป็นผลแห่งกรรมนั้น "
และเห็นต่อไปว่า
ฉ.ใจนั้น ผุดความเห็นขึ้นมาว่า
" ไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้น ก็ไม่มีสิ่งใดนั้นจะทนสภาพอยู่ตลอดไปได้
แม้ไม่แตกดับลงเพราะสัตว์ทำ ผ้าผืนนั้นก็ไม่ได้สดใสใหม่เหมือนตอนเริ่มมีไหม่ๆอีกแล้ว
ตอนนี้มันเก่า มันผุแล้ว
เมื่อผ้านั้นขาดไปแล้ว แต่เราไม่ยอมให้มันขาด เราเองนั่นแหละ
คือผู้ขาด สติ ปัญญา เสียเอง "
ช. คำถาม เกิดขึ้นว่า แล้วที่สุดแห่งทุกข์ คืออะไร ?
ใจพิจารณา เห็นว่า " ที่สุดแห่งทุกข์นั้น ไม่ใช่ ความทุกข์ที่มาก ที่สูงที่สุด
แต่เป็น จุดสุดท้ายปลายทางของทุกข์ หรือ ความทุกข์ครั้งสุดท้าย ต่างหาก "

คำข้าว คราวนี้คือ อด (ที่ไม่ อด เพราะ อด คือ ๙๗)

เมื่อโอกาส เหมาะสม จะมาช่วยกัน ร่วมบันทึกบุญ อีก
หากท่านใดคิดว่าท่านมีเวลาน้อย
เรา อาจมีเวลาน้อยกว่าท่านนัก เพราะเราได้พักเพียงครึ่งนึงของ
มาตรฐานคนทั่วไป
จึงมาร่วมด้วย ได้เพียงเล็กน้อย เท่านั้น

เลยต้องขอขอบคุณ
New Commer Return พังงาหลัก อย่างยิ่งและท่านอื่นๆด้วย ที่ได้เสียสละอย่างมาก
ได้ช่วยกันทำให้ ให้ที่แห่งนี้ ได้รับความรู้ที่ดีๆ และความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกัน เป็นอันมาก

ท่านผู้ให้ความสุข .. ขอท่านจงได้รับความสุข ..
ได้ถึงพรทั้งสาม ..
ได้รับความสุขอันถาวร ..
ถอนได้ในสิ่งที่อยากถอน
ถอนได้ แม้รากใหญ่
เพียงเวลาอันใกล้ จนได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว .

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

คุณ Iut Tui ร่วม รายงาน บุญ ๑๐

Iut Tui12 มีนาคม 19:37
ร่วม รายงาน บุญ ๑๐ (กา) ในวันที่ สามารถทำ ได้
๑ (ไก่) อ่อนน้อม ถ่อมตน
กาย - กราบเบญจางคประดิษฐ์
วาจา - กล่าวในใจว่า
ขอบูชาอภิวาท พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วย /// ปทุมทอง (ใช้จินตภาพ)
ขอบูชานมัสการ พระธรรม ด้วย /// มะลิแก้ว (ใช้จินตภาพ)
ขอบูชานอบน้อม พระสงฆ์ ด้วย /// มาลัย ๖ สี (ใช้จินตภาพ)
แดง ดำ คล้ำ ข้าว ขาว ใส ใจ - สร้างจินตภาพด้วยของบูชานั้นๆ

๒ (งู) แข็งขันช่วยการงาน ///เช็ดรูปพระพุทธฯ

๓ (เด็ก) ทาน ///
วัตถุทาน ตั้งใจไว้ในการนำอาหารที่มีในวันรุ่งขึ้นให้ ผู้มีคุณ
ตลอดถึง สัตว์ที่จะให้ได้
อภัยทาน ละความไม่พอใจที่มีในระหว่างวันออกโดยพิจารณาอารมณ์
ที่เกิดขึ้น
ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งดี ที่ควรมีไว้ในครอบครอง
ธรรมทาน ทวนเครื่องมือความจำ เลขนูร้อย-บอลพัน เพื่อนำไปถ่ายทอดให้คน
อื่นต่อไป

๔ (หนู) ศีล
ระลึกถึงศีล ข้อที่หย่อนไป ก็ตั้งใจในเรื่องนั้นให้มากขึ้น

๕ (ใบไม้) ภาวนา
สมถะ /// บังคับดวงสว่าง "ภาพปาฏิหาริย์กสิณแก้วสมบูรณ์"เลื่อน ขึ้น-ลง
เดินแนวแถบแสง ตามจังหวะการหายใจเข้า-ออก
วิปัสสนา ///
วิปัสสนาญาณ ๙
๑. อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ พิจารณาเห็นความเกิดและความดับ
๒. ภังคานุปัสสนาญาณ พิจารณาเห็นความดับ
๓. ภยตูปัฎฐานญาณ พิจารณาเห็นสังขารเป็นของน่ากลั
๔. อาทีนวานุปัสสนาญาณ พิจารณาเห็นโทษของสังขาร
๕. นิพพิทานุปัสสนาญาณ พิจารณาสังขารเห็นเป็นของน่าเบื่อหน่าย
๖. มุญจิตุกามยตาญาณ พิจารณาเพื่อใคร่จะให้พ้นจากสังขารไปเสีย
๗. ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ พิจารณาหาทางที่จะให้พ้นจากสังขาร
๘. สังขารุเปกขาญาณ พิจารณาเห็นว่า ควรวางเฉยในสังขาร
๙. สัจจานุโลมิกญาณ พิจารณาอนุโลมในญาณทั้ง ๘ นั้น เพื่อกำหนดรู้ในอริยสัจ

๖ (ม้า) อนุโมทนากับ
๑ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒ พระปัจเจกะพุทธเจ้า
๓ พระอนุพุทธเจ้า
๔ สุตตพุทธเจ้า
๕ ทุกรูป-นาม ที่ประพฤติบุญ

๗ (ยักษ์) ฟังธรรม
“ บัณฑิตรู้ข้อแตกต่างระหว่างความประมาทกับความไม่ประมาท
จึงยินดีในความไม่ประมาท อันเป็นแนวทางของพระอริยะ ”

๘ (แหวน) แสดงธรรมขอเชิญโอปปาติกะ มาฟังธรรม
“ บัณฑิตนั้น รู้ว่าความประมาทคือ คือความเข้าใจว่าชีวิตนี้ไม่ใช่สิ่งแน่นอนว่า
จะมีชีวิตได้อีกยาวนานเท่าใด หากอ้าง ร้อน หนาว หิว กระหาย ง่วง เพลีย แล้ว
ผลัดวันประกันพรุ่ง นั่นคือสิ่งที่จะต้องเสียใจภายหลังได้เพราะหมดโอกาสแล้วที่จะ
ทำความดี เรารู้ว่าเรายังมีโอกาสทำความดีได้ เฉพาะปัจจุบันขณะเท่านั้น
แม้นาทีข้างหน้า เราหรือใครๆ ก็ไม่อาจมีใครรู้ได้เลย
ว่าสิ่งที่เราไม่ปรารถนานั้นจะมาถึงเมื่อไร

ส่วนคนพาล หรือคนไม่รู้นั้น ย่อมเกียจคร้านเป็นนิจ เพราะไม่เคยคิดว่าชีวิตเป็น
ของไม่แน่นอน แต่มักคิดเข้าข้างตัวเองว่า ว้นนี้ยังอยู่ พรุ่งนี้ก็ยังอยู่เหมือนวันนี้
ทั้งที่ทุกคนต้องตาย แต่พวกเขาไม่เคยมีมุมมองว่าตัวเองจะต้องตาย แม้รู้ว่ามีคนตาย
ทุกวัน แต่คนพาลกลับไม่เคยสามารถมองย้อนเข้ามาหาตัวเองได้เลย
ว่าเขาก็จะต้องตายเหมือนกัน
เมื่อเขาคิดว่าชีวิตนี้ยังอีกนาน จึงยังไม่คิดจะรีบในการทำความดี
มักจะคิดว่ารออายุมากก่อนจึงเข้าวัด ปฏิบัติธรรม
นี่คือความคิดของคนพาลโดยแท้
พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ ความไม่ประมาทว่าเป็นธรรมที่มีคุณค่าสำคัญมาก
เป็นธรรมที่เสมือน รอยตีนสัตว์ใหญ่อย่างช้าง ที่สามารถครอบรอยตีนของสัตว์เล็
ทั้งหลายได้หมด
บัณฑิตผู้ไม่ประมาท ย่อมระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์ แม้พระองค์
ก็ทรงระลึกถึงความตายอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก
หากใครมิใช่คนพาล เขาก็ควรระลึกถึงความตาย อยู่เสมอ
เมื่อไรประมาท เมื่อนั้นคือคนพาล เขาคือคนที่ตายแล้ว
การมีชีวิตอยู่ของเขา สูญประโยชน์ไปในทันที เพราะคำนี้เพียงคำเดียว
คำว่า ประมาท ท่านทั้งหลายรู้สึกตัวรึยังว่า
ท่านก็จะมีชีวิตที่จะต้องหมดไปเช่นกัน
วันนี้ท่านพร้อมสำหรับกาลนั้น... แล้วรึยัง?


๙ (อ่าง) ทำความเห็นให้ถูกตรง
เบื้องต่ำ /// ทวนในใจว่า ทาน ยัญ สังเวย ... มีผล
ผลกรรม ...เป็นตาม กรรม
พ่อ แม่ ...มีคุณแก่เรา
ชาตินี้-ชาติหน้า ...มี
โอปะปาติกะ ...มี
พระอรหันต์ ...บรรลุธรรมได้จริง
เบื้องสูง /// พิจารณา
พิจารณา ไตรลักษณ์
อนิจจัง ชีวิตในแต่ละวัน แต่ละนาที ไม่มีความแน่นอนว่ายังจะมีชีวิตได้
อีกนานเท่าไหร่
ทุกขัง ทุกวัน ทุกนาที ร่างนี้ก็เสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ ต้องถึงจุดที่แตกสลายในที่สุด
หนีไม่ได้ ไม่ว่าใคร
อนัตตา เราไม่อาจควบคุมกายนี้ - ใจนี้ ให้เป็นไปตามความพอใจของเราได้เลย

๑๐ (กา) อุทิศบุญ ผลบุญใดที่ได้ทำในครั้งนี้ขออุทิศ ให้ ๓ กลุ่ม คือ
๑ ผู้มีคุณ พ่อ, แม่, ครู, ผู้ให้ความสุขกาย - สบายใจ
๒ ผู้มีโทษ ที่เคยได้ล่วงเกิน -ชีวิต -ร่างกาย -ทรัพย์สิน -คนรัก หรือชวนไปทางอบายมุข
๓ ผู้ไม่มีคุณ-ไม่มีโทษ โอปะปาติกะทั้งหลายที่ปรารถนาส่วนบุญ

นับคำข้าว เช้า มุม(๖๖)

บันไดขั้นที่ ๑ เราเรียกว่าบ้นไดหรือไม่?

กราบ กราบ กราบ
กราบนมัสการค่ะ
ทำบุญได้ง่ายๆ 10 ข้อ 10 นาที ก่อนนอน
บุญกา บัว.ด.กุ๊ก
ก.อ่อน กราบพระรัตนตรัย และสวดมนต์
กายกราบ วาจาเอ่ยในใจ ใจมโนภาพ
-พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ (สร้างภาพดอกบัวทองขึ้นในใจ)
- ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ (สร้างภาพดอกมะลิแก้วขึ้นในใจ)
- สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ (สร้างภาพมาลัย 6 สีขึ้นในใจ)
ง.แข็ง เช็ดทำความสะอาดพระ
ด.ทาน
ด.ก ทานสิ่งของ เอาสตางค์หยอดกระปุกแล้วรวมไปทำบุญ ในวันที่เหมาะสม
ด.ง อภัยทาน
ทำความรู้สึกและกล่าว(ในใจหรือเปล่งเสียงออกมา) " หากในใจข้าพเจ้ามีความรู้สึกโกรธ ไม่ชอบใจ ไม่พอใจ ใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ใดๆ หลงเหลืออยู่ก็ตาม ทั้งโดยรู้ตัว
และไม่รู้ตัว ข้าพเจ้าขอยกสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นออกจากใจให้หมดอย่าให้เหลืออะไรคั่งค้างอยู่อีกต่อไป และ ข้าพเจ้าจะให้ความปลอดภัยแก่ทุกชีวิตที่อยู่ในอาณาเขตที่ข้าพเจ้า
ดูแลได้ ขอยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน "
ด.ด ธรรมทาน (ความรู้ ทางโลก) ตามข้อ ย
น.ศีล
ตั้งใจรักษา ศีล 5 ตลอดชีวิต
ตั้งใจศึกษา + รักษา กุศลกรรมบถ ๑๐
บ.ฟังธรรม จักร ๔
ม.ทำความเห็นถูกตรง สัมมาทิฏฐิเบื้องต้น + สัมมาทิฏฐิเบื้องสูง
การอยู่ในประเทศอันสมควร ย่อมมี โอกาสได้ประพฤติธรรม และประกอบสัมมาอาชีพได้โดยสะดวกและปลอดภัย ทั้งได้มีโอกาสคบหาสมาคมกับสัตบุรุษ ได้รับคำแนะนำตักเตือนให้ปฏิบัติ ในทางที่ถูกต้อง เมื่อได้รับคำแนะนำแล้ว ก็ได้ตั้งตนไว้ชอบ เช่นตั้งอยู่ในศีล ฯลฯ หากได้เคยสร้างบุญกุศลไว้
ในชาติ ก่อน หรือปีก่อน เดือนก่อน วันก่อนมาก บุญนั้นจะรวมกับบุญที่ทำในปัจจุบัน เป็นกำลังพัดผันให้หมุนไปสู่ความเจริญ
ย.แสดงธรรม
กล่าว "ขอเชิญ วิญญาณที่รับรู้ได้มาฟังธรรมค่ะ"
จักร ๔ เป็นเหมือนล้อทั้ง ๔ ของรถซึ่งหมุนไปพร้อม ๆ กัน พัดพาบุคคลผู้ปฏิบัติให้ไปสู่ความเจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้นไปจนถึงที่สุด.
๑. ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในประเทศอันสมควร.
๒. สัปปุริสูปัสสยะ คบสัตบุรุษ.
๓. อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ.
๔. ปุพเพกตปัญญตา ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน.
ธรรม ๔ อย่างนี้ ดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ.
ว.ภาวนา
สมถ เลื่อนดวงไฟที่องค์พระ
วิปัสนา ดูนิวรณ์ 5 เปลี่ยนแปลงตามกฎไตรลักษณ์
อ.อนุโม
ทำความรู้สึกและกล่าว "ข้าพเจ้ายินดีกับการทำความดีของทุกผู้คนในวันนี้กับโพธิสัตว์ ทุกองค์ พระอรหันต์สาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ที่สืบทอดสัจธรรม จนมาถึงเราในวันนี้ ข้าพเจ้าเห็นสิ่งนั้นเป็นสิ่งดี ที่ข้าพเจ้าจะ ประพฤติ ปฎิบัติตาม"
กา.อุทิศ
ทำความรู้สึกและกล่าวอุทิศ "ข้าพเจ้าขออุทิศบุญ แก่ผู้มีพระคุณ บรรพบุรุษทุกชาติภพ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ คนที่เคยช่วยเหลือ อุปถัมภ์ ญาติและเพื่อนๆ
เจ้ากรรมนายเวร และคนที่เป็นกลางๆ หากใครปรารถนาส่วนบุญของข้าพเจ้า ขอเชิญท่านเข้ามาหา ข้าฯยินดีช่วยทุกรูปนาม "
นับคำข้าว (12 มี.ค. 58)
ช = งง
ท = เงิน
พระตุ๋ย ชาคโร ทำความเห็นให้ถูกตรง เบื้องต้นเป็นเรื่องผลของกรรมใช่ไหม แต่เบื้องปลายไม่เห็นกล่าวถึง ก็แปลว่ามีแต่ เบื้องต้นรึเปล่า

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

การระลึกถึงศีล



ทำไมไม่มี ยา น่าแปลกใจ


ข้อนี้นับเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนไม่ทราบว่าจะให้อะไรในการทำทาน จึงพากันนึกถึงแต่เงิน เพราะในทางโลก เงินเปรียบเหมือนแก้วสารพัดนึก อยากได้อะไรก็ใช้เงินแลกเปลี่ยนซื้อหามาได้ แต่ในทางธรรมนั้น เงิน เป็นเพียงปัจจัยเล็กๆ ในสมัยโบราณมีผู้ถวายทานโดยไม่ต้องใช้เงินเลยก็สามารถทำทานได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ดังนี้วัตถุทานที่ควรให้มีอะไรบ้าง

  1. ทานที่อยู่ในพระวินัย
ทานที่อยู่ในพระวินัย จัดเป็นทานที่ให้ผลบุญมาก เพราะเป็นทานที่มุ่งสนับสนุนชีวิตความเป็นอยู่ของนักบวชที่ปฏิบัติธรรมเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ให้มีความลำบากในการดำรงชีวิต พระภิกษุนั้นเป็นผู้ที่ไม่มีอาชีพ และต้องอาศัยผู้อื่นเลี้ยงดู ด้วยการออกบิณฑบาต สิ่งที่จำเป็นสำหรับการให้ทานในพระวินัยนั้น มีอยู่ 4 ประการได้แก่

1. เครื่องนุ่งห่ม หมายถึง จีวร สบง อังสะ ผ้าสังฆาฏิ ผ้าอาบน้ำฝน

2. อาหารการกิน หมายถึง อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทุกชนิดที่ไม่ใช่ เนื้อต้องห้าม 10 ประการได้แก่ เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง เนื้อม้า เนื้อเสือเหลือง เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือดาว เนื้อหมี เนื้อราชสีห์ เนื้อสุนัข และเนื้องู ดังนั้น แม้เราจะได้เนื้อเหล่านี้มาอย่างบริสุทธิ์ หรือมีการตั้งจิตเพราะได้เห็น ได้ยิน ได้ลิ้มลองว่า เนื้อชนิดใดชนิดหนึ่งใน เนื้อทั้ง 10 ประการนี้มาก็ตามก็ไม่ควรนำมาถวายให้แก่พระ เพราะจะเป็นอุปสรรคร้ายแรงในการปฏิบัติธรรม

ในอดีตสมัยพุทธกาล หากภิกษุคนใดที่เคยฉันเนื้อ หรือยังฉันเนื้อเหล่านี้อยู่ เวลาปฏิบัติธรรมจะเกิดอุปสรรค หากเคยฉันเนื้อสัตว์ชนิดใด เวลาเจอสัตว์ชนิดนั้นในป่า สัตว์ก็จะเข้ามาทำร้าย เจอช้างช้างก็จะล่าเหยียบ เจองูก็จะไล่กัด เจอม้า ม้าก็จะดีดเอา เจอสุนัขสุนัขก็จะเห่าไม่หยุด พระพุทธเจ้าจึงห้ามฉันเนื้อเหล่านี้ไม่ว่าทั้งดิบทั้งสุก

3.เสนาสนะ หรือที่อยู่อาศัย วัตถุทานเหล่านี้เป็นได้ตั้งแต่ มุ้ง กลดพักแรม ไปจนถึง กุฏิ ศาลา วิหาร เพื่อมีไว้ให้เกิดความสะดวกในการปฏิบัติธรรมและพักผ่อน หากไม่มีเงินจะซื้อแต่หากมีสิ่งของเหล่านี้อยู่แล้ว ถ้าต้องการถวายก็สามารถนำมาถวายได้เลย เป็นประโยชน์และก่อเกิดผลบุญมาก

4. ยารักษาโรค ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการดำรงชีวิตให้รอดและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดีในการปฏิบัติธรรมให้ร่างกายไม่เร่าร้อน และสะดวกสบาย ถ้าไม่มีเงินถวายก็ถวายยารักษาโรคให้พระก็นับว่าเป็นบุญกุศลได้มหาศาล ทั้ง 4 อย่างนี้เรียกว่าทานในพระวินัย คือหากได้ถวายแก่ใครก็ตาม โดยเฉพาะนักบวชย่อมมีอานิสงส์มาก

2. ทานที่อยู่ในพระสูตร
ทานที่อยู่ในพระสูตรนั้นมีอยู่ถึง 10 ประการ เป็นส่วนที่ขยายความต่อออกมาจากในพระวินัย ได้แก่ อาหาร น้ำ ผ้า ยานพาหนะให้นั่งทุกแบบ ดอกไม้ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน อาสนะ ที่พักอาศัย เครื่องประทีป (พวก ธูป เทียน เครื่องให้แสงสว่าง ทั้งหลาย)

สิ่งของเหล่านี้เป็นทานที่อยู่ในพระสูตร สามารถนำไปให้ใครก็ได้ไม่จำเป็นต้องมุ่งถวายให้แก่นักบวชเพียงอย่างเดียว อานิสงส์ก็จะมากมายจำแนกไปตามแต่ละประเภทดังนี้

ผู้ที่ถวายทานหรือให้ทานเป็นอาหาร น้ำ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพละกำลัง มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์

ผู้ที่ถวายทานหรือให้ทานเป็น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม หรือเครื่องตกแต่งร่างกาย ก็จะทำให้มีผิวพรรณวรรณะสวยงาม คือมีรูปร่างหน้าตาดี และเกิดในตระกูลสูง มีเกียติยศ เกียรติศักดิ์มาก

ผู้ที่ถวายทานหรือให้ทานเป็น ยานพาหนะ ให้รถให้เรือ ก็คือให้ความสุขสะดวกสบายในการเดินทางกับผู้อื่น ก็จะทำให้ตนเองมีความสุขชีวิตเจริญก้าวหน้าไม่ติดขัด ทำอะไรก็ราบรื่นได้สมปรารถนาแทบจะทุกอย่าง

ผู้ที่ได้ถวายทานหรือให้ทานเป็น สิ่งของที่ให้แสงสว่าง ก็เปรียบเหมือนการให้ดวงตา เมื่อเกิดในภพชาติใดก็จะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ต้องใส่แว่นตา มีสายตาดี มีสติปัญญาดี เพราะการให้แสงสว่างก็คือการให้โอกาสแก่การศึกษา

ในสมัยก่อนพระภิกษุต้องลำบากมากในการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย เพราะศึกษายากลำบาก ไม่มีปัจจัยเพียงพอ ได้หนังสือมาก็ท่องจำไม่ได้สะดวก ต้องรีบท่องรีบอ่านในตอนที่มีแสงสว่างอยู่ แม้แต่ตอนปฏิบัติธรรม ก็ทำได้ยากมีอันตราย หากใครได้ให้แสงสว่างแก่ผู้อื่นก็นับว่าได้สร้างบุญสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้หลากหลายทางมากนัก   

การให้ทานทั้งสิ่งที่อยู่ในพระวินัย หรือในพระสูตรหากเราทำเผื่อไว้ แม้ในภพชาติปัจจุบันก็จะส่งผลให้มีความสุขไม่ขาดแคลน และในภพหน้า เราก็จะได้อาศัยวัตถุทั้งหลายนี้เป็นเครื่องช่วยให้เราตั้งตัวได้ มีหลักมีฐานพร้อม เหมือนกับคนที่สร้างบ้านต้องขุดหลุม ตอกเสาเข็ม ทำคาน มีรากฐานแข็งแรง คนที่มีหลักมีฐานดี อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ก็จะสะดวกในการใช้ชีวิต และมีพื้นฐานในการรักษาศีล และเจริญภาวนาอันเป็นบุญที่ยิ่งๆ ขึ้นไปได้

จากหนังสือเรื่อง สร้างบุญบารมีอานิสงส์สูง ไม่เสียเงินแม้แต่สลึกเดียว โดย จิตตวชิระ




วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

พระตุ๋ย สอนทำบุญ๑๐ ก่อนนอน

รบกวนถามหลวงพี่นิดนึงค่ะ คือที่เข้าใจในตอนนี้คือ ในการทำความเห็นให้ถูกต้องของเราในแต่ละวันนั้น ให้จำกัดอยู่ภายใน ๒ ลักษณะ คือ ๑ ระดับ โลกียะ และ ๒ ระดับ โลกุตระ ใช่มั้ยคะ

 ///พระ///
การทำความเห็นให้ถูกต้องตรง เป็นความหมายของคำว่า สัมมาทิฏฐิ
และสัมมาทิฏฐิ นี้ มี ๒ ระดับ คือ
๑ ระดับที่ยังมีอาสวะ และ
๒ ระดับเพื่อพ้น อาสวะ

วันนี้ที่ nc พูดถึง ผลของกรรม หรือ วิบากนั้น จัดเป็นข้อที่ ๔ ในสัมมาทิฏฐิ ระดับยังเกี่ยวข้องอยู่กับอาสวะหากเปลี่ยนเป็นพูดถึง เรื่อง พระคุณของ แม่
ก็จะเป็น สัมมาทิฏฐิ ในข้อที่ ๗ คือ มารดามี อย่างนี้เป็นต้น

หากเราไม่มีพื้นฐานความรู้ การที่จะค้นคว้าเอง ก็เป็นเรื่องยาก
การถามในเบื้องต้นก่อน ก็เป็นการสมควรแล้ว ไม่รบกวนพระ แต่อย่างใด
และก็ พร้อมบอกให้ด้วยความยินดี เพื่อคนอื่น ที่ยังไม่เข้าใจ ได้เข้าใจกันยิ่งขึ้น

เราทุกคน ไม่มีใครเลย ที่จะเริ่มต้นรู้ ด้วยการรู้มาก่อน
แต่ทุกคนนั้้นจะเริ่มรู้ได้ จากความรู้ของผู้รู้มาก่อนแล้วทั้งนั้น
ต่อให้เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่งเกิดมีขึ้นในโลก ก็ยังต้องพึ่งพาความคิดต้นแบบก่อนหน้าเพราะต้องรู้ว่า อะไรมีอยู่ก่อนแล้ว เพื่อจะได้คิดในสิ่งที่ยังไม่มี จึงจะสร้างสรรค์ในสิ่งใหม่ได้

แม้พระพุทธองค์ ก็ทรงต้องเกิดในศาสนา ของพระศาสดาองค์ก่อนหน้ามาหลายครั้ง จนกว่าพระบารมี จะเต็ม
เมื่อเราถามในขอบเขตที่ควรถาม คำถามนั้นก็เป็นการสมควรเสมอ



พระตุ๋ย ชาคโร ๕๗๑๒๒๙ ๒๑๓๑